วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558

คำศัพท์ IT ครั้ง9

คำศัพท์ครั้งที่9
1. NIC (Network Interface Card) คือ เป็นการ์ดที่เสียบเข้ากับช่องบนเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นชุดเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์และเครือข่าย

2. Protocol
คือ โปรโตคอลเป็นภาษาที่คอมพิวเตอร์ใช้สื่อสารกันผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่สามารถสื่อสารกันได้นั้นจำเป็นต้องใช้ภาษา หรือโปรโตคอลเดียวกัน เช่น OSI, TCP/IP, IPX/SPX เป็นต้น

3.NOS (Network Operating System)
คือ ระบบปฏิบัติการเครือข่ายจะเป็นตัวที่คอยจัดการเกี่ยวกับการใช้งานเครือข่ายของผู้ใช้แต่ละคน หรือเป็นตัวจัดการและควบคุมการใช้ทรัพยากรต่างๆ ของเครือข่าย
4. Server Computer คือ คอมพิวเตอร์ที่คอยให้บริการ คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆที่เข้ามาขอใช้บริการงานต่างๆครับ ลักษณะการทำงานของมันจะถูกแบ่งหน้าที่ไปตามส่วนที่ให้บริการด้านต่างๆ เช่น เว็บ เซิร์ฟเวอร์, เซิร์ฟเวอร์ ฐานข้อมูล, ไฟล์ เซิร์ฟเวอร์, ปริ้น เซิร์ฟเวอร์ ฯลฯ
5.Client คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไปร้องขอบริการและรับบริการอย่างใดอย่างหนึ่งจาก Server
6.Coaxial Cable คือ มีลักษณะคล้ายกับสายเคเบิลทีวี คือ มีแกนเป็นทองแดง
ห่อหุ้มด้วยฉนวน แล้วหุ้มด้วยตาข่ายโลหะ ชั้นนอกสุดเป็นวั สดุป้องกันสายสัญญาณ สายประเภทนี้นิยมใช้
มากในเครือข่ายสมัยแรกๆ แต่ปัจจุบันไม่นิยมใช้แล้ว เปลี่ยนเป็นการใช้สายคู่เกลียวบิดแทน
7.Twisted Pairs คือ สายสัญญาณมาตรฐานที่นิยมใช้ มากที่ สุดในระบบเครือข่ายปัจจุบัน สายสัญญาณจะประกอบด้วยสายทองแดงที่ห่อหุ้มด้วยฉนวน 2 เส้นแล้วบิดเป็นเกลียวเหตุที่บิดเป็นเกลียวก็เพื่อลดสัญญาณรบกวนนั่นเอง
8.Fiber Optic คือ สายที่ใช้แสงเป็นสัญญาณ และแก้วหรือพลาสติกใสเป็นสื่อนำสัญญาณ ในขณะที่สายคู่เกลียวบิดและสายโคแอ็กเชียลใช้ สัญญาณไฟฟ้าและโลหะเป็นสื่อ
9.Hub คือ อุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องจำนวนมากเข้าด้วยกันในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยที่ฮับจะมีพอร์ต (Port) หรือช่องสำหรับต่อสาย RJ-45 เข้ามาจากเครื่องคอมพิวเตอร์
และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการกระจายข้อมูล
10.Switch คืออุปกรณ์ระบบเครือข่ายลักษณะเดียวกับฮับและมีหน้าที่คล้ายกับฮับมาก แต่มีความแตกต่างที่วงจรการทำงานภายในจะใช้ หลักการของวงจรสวิตชิ่งที่สลับการส่งข้อมูลในแต่ละพอร์ตไปมา ไม่ได้แบ่งช่องทางการส่งผ่านข้อมูลเหมือนฮับจึงทำให้แต่ละพอร์ต (Port) มีความสามารถในการส่งข้อมูลได้สูงกว่า






คำศัพท์ IT ครั้ง8

คำศัพท์ IT ครั้งที่ 8
1.       Traffic หมายถึง การจราจรบนเว็บ หรือ การจราจรบนอินเทอร์เน็ต (หนาแน่น , เบาบาง)
2.       reboot หมายถึง การปิดเครื่องและเปิดใหม่ เพื่อเคลียร์ข้อมูลและปัญหาที่ค้าง ๆ อยู่ให้หมดไป แล้วเริ่มทำงานใหม่
3.      blog เป็นคำรวมมาจากคำว่า เว็บล็อก (อังกฤษ: weblog)เป็นรูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้แรกสุด บล็อกโดยปกติจะประกอบด้วย ข้อความ ภาพ ลิงก์ ซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อต่างๆ ไม่ว่า เพลง หรือวิดีโอในหลายรูปแบบได้ จุดที่แตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์โดยปกติคือ บล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูล สามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเป็นคนเขียน ซึ่งทำให้ผู้เขียนสามารถได้ผลตอบกลับโดยทันที คำว่า "บล็อก" ยังใช้เป็นคำกริยาได้ซึ่งหมายถึง การเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผู้ที่เขียนบล็อกเป็นอาชีพก็จะถูกเรียกว่า "บล็อกเกอร์"
4.       path คือ เส้นทางบอกถึงแหล่งที่เก็บข้อมูลเช่น ไฟด์ cat.gifเส้นทางที่เก็บคือ C://images/cat.gif นี่คือการบอกเส้นทางที่เครื่องของเราเอง แต่ถ้าอยู่บนอินเตอร์เนต จะต้องอ้างจากชื่อเว็บไซต์เช่น http://abcd.com/images/cat.gif เป็นต้น
5.       bind เมื่อต้องการสร้างการเชื่อมต่อระหว่างซอฟต์แวร์คอมโพเนนต์บน เครือข่ายโดยใช้โปรโตคอลที่ตกลงไว้ ในเว็บเซอร์วิส การดำเนินการเชื่อมโยง จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ร้องขอเซอร์วิสเรียกใช้หรือเริ่มต้นการโต้ตอบ กับเซอร์วิสเมื่อรันไทม์โดยใช้การเชื่อมโยงที่มีรายละเอียดในคำอธิบาย เซอร์วิสเพื่อหา ติดต่อ และเรียกใช้เซอร์วิส
6.       iwidget ข้อมูลจำเพาะแบบโอเพนซอร์ซที่อนุญาตให้มีการทำงานร่วมกันโดยไม่มีปัญหา ข้ามระหว่างแพลตฟอร์ม และผลิตภัณฑ์
7.       Jetspeed โอเพนซอร์สพอร์ทัลที่เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็กต์Jakarta โดย Apache
8.       Rich Site Summary (RSS) รูปแบบ XML สำหรับเนื้อหาเว็บแบบรวมที่ยึดตาม ข้อมูลจำเพาะ RSS 0.91 รูปแบบไฟล์RSS XML ถูกใช้โดย ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อสมัครสมาชิกเว็บไซต์ที่มี RSS ฟีด single sign-on (SSO) กระบวนการการพิสูจน์ตัวตนซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าถึง ระบบได้มากกว่าหนึ่งระบบ หรือแอ็พพลิเคชันโดยการป้อน ID ผู้ใช้และรหัสผ่านครั้งเดียว
9.       Workflow ลำดับของกิจกรรมที่ดำเนินการตาม กระบวนการทางธุรกิจของเอ็นเตอร์ไพรซ์
10.   World Wide Web Consortium (W3C) สมาคมอุตสาหกรรมระหว่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาโปรโตคอล ที่ใช้ร่วมกันเพื่อส่งเสริมการวิวัฒนาการและการทำงานร่วมกันของ World Wide Web


คำศัพท์ IT ครั้ง7

คำศัพท์ครั้งที่ 7

คำศัพท์คอมพิวเตอร์

Web Service
Web Service คือ ระบบหรือโปรแกรมที่ออกแบบมา เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยกันผ่านทางระบบเครือข่าย โดยใช้ภาษา XML เป็นภาษากลางในการติดต่อสื่อสาร และใช้ WSDL เป็น Interface ที่คอยจัดการอธิบายรูปแบบของข้อมูลเพื่อให้เครื่องสามารถประมวลผลได้ โดยมี SOAP (Simple Object Access Protocol) ที่มี XML เป็นพื้นฐานและใช้ HTML เป็นโปรโตคอลร่วมสำหรับการสื่อสาร
Web Service มักจะถูกนำมาใช้ประโยชน์ในแง่ของการเขียนโปรแกรม เพื่อให้เว็บสองเว็บสามารถสื่อสารกันได้ เช่น เขียนโปรแกรมให้เว็บหนึ่ง ส่งข้อมูลไปจัดเก็บยังอีกเว็บหนึ่ง หรือเรียกใช้งานข้ามเว็บไซต์ ซึ่งจะเป็นลักษณะของการส่ง XML ไปแล้วรอให้อีกฝั่งตอบ XML กลับมา โดยไม่สนใจว่าภาษาที่ใช้เขียนเว็บไซต์จะต่างกันหรือไม่ นอกจากนี้หลายองค์กรยังหันมาพัฒนาระบบของตนให้รองรับการทำงานร่วมกับ Web Service เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลขององค์กร

Shareware
Shareware คือโปรแกรมประเภททดลองใช้งาน ปกติแล้วจะหมายถึงโปรแกรมรุ่นทดลองใช้ ซึ่งจะมีคุณสมบัติเหมือนกับเวอร์ชั่นเต็มทุกประการ แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่คุณสมบัติบางอย่างอาจถูกตัดออกไป หรือบางโปรแกรมจะเป็นลักษณะของการจำกัดเวลาหรือจำนวนครั้งในการใช้งาน แต่ไม่จำกัดคุณสมบัติ เช่น ใช้ได้ 30 ครั้ง หรือ 30 วัน เป็นต้น ซึ่งแตกต่างจาก Freeware ที่เป็นโปรแกรมแจกจ่ายให้ใช้ฟรีอย่างไม่มีข้อจำกัด หากต้องการใช้โปรแกรมแบบไม่มีข้อจำกัด ผู้ใช้ก็ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อโปรแกรมเวอร์ชั่นสมบูรณ์จากผู้พัฒนา

Video RAM
Video RAM ย่อมาจากคำว่า Video Random Access Memory เป็นหน่วยความจำที่ใช้สำหรับการทำงานเกี่ยวกับ Video โดยเฉพาะถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับ Display Card หรือการ์ดจอ ซึ่งจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถแสดงผลภาพได้เร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นVideo RAM มีพื้นฐานการพัฒนามาจาก DRAM แต่มีความแตกต่างที่กลไกการทำงานบางอย่าง เช่น serial port ที่เพิ่มเข้ามาเป็นพิเศษอีก 1หรือ 2 port จึงทำให้มองเห็นว่าเป็น RAM แบบ Dual-Port หรือ Parallel Port
การทำงานของแรมประเภทนี้ในระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไปมักจะเป็นลักษณะของการแบ่งหน่วยความจำเครื่องมาเป็น Video RAM หรือที่เรียกกันว่าShared Video Memory ซึ่งจะใช้ประมาณ 125 – 256 MB จึงมักจะเกิดปัญหาเครื่องไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่รองรับโปรแกรมที่ต้องใช้ Video RAM เป็นจำนวนมาก

XHTML
XHTML ย่อมาจาก eXtensible Hyper Text Markup Language คือภาษาคอมพิวเตอร์ประเภท Markup Language หรือภาษาที่ใช้สำหรับเขียนเว็บไซต์ที่เกิดจากการรวมตัวของภาษา HTML และ XML เข้าไว้ด้วยกันจนเกิดเป็นภาษา eXtensible Hyper Text Markup Language : XHTML ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ในการสร้างเว็บไซต์ด้วยภาษา HTML ประโยชน์หลัก  ก็คือการสร้างเว็บไซต์เพื่อส่งข้อมูลทั่ว  ไปและเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างแท็กใหม่ๆที่เราสามารถกำหนดคุณสมบัติและลูกเล่นได้เองว่าจะให้แสดงผลอย่างไร ซึ่งภาษา HTMLแบบเดิมไม่สามารถทำได้
นอกจากนี้ XHTML ยังสามารถรองรับภาษาอื่นๆ ที่ใช้ XML เป็นฐาน เช่น SVG, MathML, SMIL, chemML และยังคงใช้โครงสร้างภาษา HTML เพียงแต่เพิ่มความเข้มงวดในเรื่องของโครงสร้าง เช่น มีการตัด tag และ attribute ที่ไม่ทันสมัยออกไป เพื่อให้ขนาดข้อมูลเล็กลงซึ่งจะทำให้แสดงผลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Source Code
Source Code คือรหัสคำสั่งหรือโค้ดโปรแกรม ซึ่งถูกเขียนขึ้นโดยภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น ภาษาซี (C) ภาษาจาวา (Java) ภาษาพีเอชพี (PHP)ภาษาปาสคาล (Pascal) และอื่นๆ อีกมากมาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโปรแกรมสำหรับควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์หรือใช้งานทั่วไป ตลอดจนงานเฉพาะด้าน
Source Code ในปัจจุบันเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงที่มนุษย์สามารถอ่านและเข้าใจได้ รูปแบบคำสั่งมักจะเป็นวลีหรือไวยากรณ์อย่างง่าย เช่น get, go, read, write, print เป็นต้น ซึ่งนักพัฒนาโปรแกรมจะเป็นผู้เขียนชุดคำสั่งขึ้นมา ก่อนที่จะแปลงไปเป็นภาษาเครื่องที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้และสามารถทำตามคำสั่งเหล่านี้ได้ด้วยการใช้ Compiler ช่วยแปล Source Code ทั้งโปรแกรมให้เป็น Object Code ส่วนโปรแกรมที่เขียนขึ้นนั้นเรียกว่า Source Program และโปรแกรมที่แปลแล้วจะถูกเรียกว่า Object Program

SDH
SDH ย่อมาจากคำว่า Synchronous Digital Hierarchy คือเครือข่ายความเร็วสูง เป็นการวางลำดับการสื่อสารแบบซิงโครนัสในตัวกลางความเร็วสูงโดยใช้สายใยแก้วเป็นตัวนำสัญญาณ SDH พัฒนามาจากการจัดการโครงข่ายสายโทรศัพท์ มีการเปลี่ยนสัญญาณโทรศัพท์เป็นดิจิตอลที่มีช่องสัญญาณแถบกว้าง 64 กิโลบิตต่อหนึ่งช่องสัญญาณ การสื่อสารภายใน เป็นแบบซิงโครนัส ที่มีการส่งเป็นเฟรม และมีการซิงค์บอกตำแหน่งเริ่มต้นเฟรม เพื่อให้อุปกรณ์รับสามารถตรวจสอบสัญญาณข้อมูลได้ถูกต้อง มีการรวมเฟรมเป็นช่องสัญญาณที่แถบกว้างความเร็วสูงขึ้น และมีการจัดลำดับเพื่อใช้ช่องสื่อสารบนเส้นใยแก้ว

CAE
CAE ย่อมาจาก Computer Aided Engineering หรือที่เรียกกันว่า การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในงานวิศวกรรม เกิดจากการนำเทคโนโลยี CAD (Computer Aided Design) มาทำงานร่วมกับ CAM (Computer Aided Manufacturing) ซึ่งนิยมใช้ในการควบคุมเครื่องจักรอุตสาหกรรมจึงกลายเป็นเทคโนโลยีที่สามารถบอกได้ว่าสิ่งของที่ออกแบบมานั้นสามารถทำงานได้อย่างที่อยากให้เป็นหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้จากตัวบ่งชี้ 2 อย่าง
1. ผลลัพธ์จากการทดสอบจริง คือ การนำต้นแบบมาทดสอบจริง เช่น การทดสอบการชนของรถ
2. ผลลัพธ์จากการคำนวณด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ ซึ่งสามารถหาผลลัพธ์จากสถานการณ์สมมติ ซึ่งการคำนวณด้วยซอฟต์แวร์ประเภท CAE นั้นจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ในเวลาที่รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
ดังนั้นการนำ CAE จึงเป็นที่นิยมกันในกลุ่มวิศวกร เพราะพวกเขาสามารถคำนวณได้ว่างานที่ออกแบบมานั้นได้มาตรฐานหรือไม่ และสามารถทดสอบในสถานการณ์จำลองต่าง  ได้ เช่น การเกิดพายุ แผ่นดินไหว อุทกภัย เป็นต้น เพื่อหาวิธีป้องกันแก้ไขต่อไป

32-bit Color
32-bit Color คือ การแสดงสีของภาพในรูปแบบ True Color ที่ระดับความละเอียดและความคมชัดแบบ 32 bit ซึ่งมีความละเอียด คมชัด และสมจริงมากกว่าการแสดงผลแบบเดิม คือแบบ 16 bit และแบบ 8 bit
ความละเอียดในการแสดงสีของภาพที่นิยมใช้กันจะมีอยู่ 2 แบบคือ
1. High Color จะเป็นการแสดงความละเอียดสีแบบ 15 bit, 16 bit และ 18 bit เป็นต้น ถือว่าเป็นการแสดงภาพที่มีสีสันสดใสชัดเจนในระดับหนึ่งโดยที่จอภาพที่สามารถแสดงสีแบบ 16 bit หมายถึงสามารถแสดงสีได้ทั้งหมด 65,536 สีนั่นเอง ข้อดีของการแสดงสีแบบ High Color นี้คือ คอมพิวเตอร์หรือการ์ดจอจะไม่ต้องทำงานหนักเกินไปในการประมวลผลภาพ ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่หน่วงมากนัก
2. True Color จะเป็นการแสดงสีที่ความละเอียดสูงมาก ให้ภาพที่สมจริงมากกว่าแบบ High Color การแสดงภาพความละเอียดสีสูงแบบ True Color ที่นิยมใช้กันคือแบบ 24-bit และ 32-bit ซึ่งแบบ 24-bit จะให้ความละเอียดสีถึง 16.7 ล้านสี จึงมีความสมจริงมาก ส่วนแบบ 32-bit color นั้นจะให้ความละเอียดสี 16.7 ล้านสีเท่ากัน แต่มีการเพิ่ม Alpha channel เข้ามา ทำให้สีสันสดใสยิ่งขึ้น

Defragment
Defragment คือ การจัดเรียงข้อมูลใน Hardisk ใหม่ โดยทำให้ไฟล์แต่ละไฟล์มีการจัดเรียงหรือจัดวางข้อมูลแบบต่อเนื่องกัน อันเนื่องมาจากเวลาเขียนหรือบันทึกข้อมูลนั้น คอมพิวเตอร์จะเขียนข้อมูลลงในฮาร์ดดิสก์แบบสุ่มเพื่อความรวดเร็วในการทำงาน
การเขียนข้อมูลลงในฮาร์ดดิสก์แบบสุ่มนั้นช่วยให้การบันทึกข้อมูลรวดเร็วขึ้นก็จริง แต่เมื่อมีการเก็บข้อมูลไว้เป็นจำนวนมากๆ การบันทึกครั้งต่อๆไป การเรียกใช้ข้อมูล หรือแม้กระทั่งการบูต (Boot) เครื่องจะช้าลงมาก เครื่องจะทำงานอืดอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากในการเรียกใช้งานไฟล์ต่างๆนั้นจะต้องไปเรียกข้อมูลที่บันทึกแบบสุ่มเอาไว้ที่จุดต่างเหล่านั้นจนครบไฟล์ ถึงจะเปิดไฟล์ออกมาใช้งานได้
ดังนั้นเมื่อเราทำ Defragment หรือ ทำ Defrag ระบบปฏิบัติการของเราจะทำการย้ายข้อมูลของแต่ละไฟล์ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่ว Harddisk ให้มาจัดวางอยู่ติดกันหรือเรียงกัน ซึ่งเมื่อมีการเรียกใช้ไฟล์นั้นครั้งต่อไป จะสามารถทำได้รวดเร็วขึ้นอย่างมาก
การทำ Defragment นั้น ครั้งแรกจะใช้เวลาค่อนข้างนาน ถ้าอาร์ดดิสก์ของเรามีขนาดใหญ่มาก ก็อาจจะใช้เวลาเป็นชั่วโมง แต่ถ้าเราทำบ่อยๆ เช่น ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน การทำ Defrag แต่ละครั้งก็จะใช้เวลาไม่นาน

Hibernate
Hibernate คือ การปรับโหมดของคอมพิวเตอร์เข้าสู่โหมดจำศีล เป็นรูปแบบการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่ง ซึ่งภายหลังการเข้าโหมด Hibernateแล้ว คอมพิวเตอร์จะปิดระบบการใช้งานต่างๆ แต่จะเก็บค่าต่างๆที่กำลังทำงานในขณะนั้นเอาไว้ เมื่อเราเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ ค่าต่างๆเหล่านั้นจะพร้อมใช้งานทันที
ในโหมด Hibernate นั้นข้อมูลการใช้งานล่าสุด (ซึ่งอยู่ใน RAM) จะถูก COPY ไปเก็บเอาไว้ใน Harddisk (เพราะเมื่อปิดเครื่อง ข้อมูลในRAM ทั้งหมดจะหายไป) เมื่อเราเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ข้อมูลเหล่านั้นจะถูก COPY จาก Harddisk กลับมาที่ RAM และพร้อมใช้งานทันทีโดยไม่ต้องเรียกเปิดโปรแกรมเหล่านั้นใหม่อีกครั้ง ทำให้เราสามารถทำงานต่อได้ทันที ช่วยประหยัดเวลาได้มาก
อีกประโยชน์หนึ่งของการเข้าโหมด Hibernate คือ กรณีเราทำงานค้างอยู่และไม่อยากปิดโปรแกรมใดๆ เราสามารถเข้าสู่โหมด Hibernate ได้เลย เมื่อเปิดเครื่องใหม่ หน้าจอเดิมนั้นจะถูกเปิดออกมาและพร้อมใช้งานต่อทันทีนั่นเอง





คำศัพท์ IT ครั้ง6

คำศัพท์ครั้งที่ 6
          คำศัพท์คอมพิวเตอร์

Load Balancing
Load Balancing คือระบบที่มาช่วยซับพอร์ตและสนับสนุนการทำงานระหว่างผู้ใช้งานและ Server ถ้าผู้ใช้งานเรียกดึงข้อมูลจาก Server1 มาเป็นจำนวนมาก จนการทำงานของเครื่อง Server 1 เริ่มมีปัญหา ระบบ Load Balancing จะทำการแชร์การใช้งานจาก Server 1 ไปยัง Server 2 ในทันที ซึ่งระบบ Load Balancing นี้จะติดต่อกับ Server หลายๆตัวพร้อมกันได้ เพื่อบริหารงานให้กับผู้ใช้งานหลายๆเครื่องสามารถใช้งานได้พร้อมกันนั่นเอง

Hyper-Threading
Hyper-Threading (HT) คือเทคโนโลยีของทางอินเทล (Intel Corp.) ที่มีแนวคิดจะสร้าง Core เสมือนขึ้นมาเพื่อทำงานเพิ่มเติมเข้าไปอีก แต่ก่อนหน้าที่จะมีเทคโนโลยีนี้ ซีพียูหนึ่งตัวจะทำงาน 1 คำสั่งต่อ 1 Core ซึ่งหมายความว่าการประมวลผลของซีพียู 1 ครั้ง จะสามารถประมวลผลได้หนึ่งคำสั่ง แต่ด้วยการทำงานในการประมวลผลใน 1 คำสั่งแบบเดิมนั้นมีเวลาที่เสียไปอยู่ ซึ่งเป็นเวลาที่ซีพียูต้องรอการติดต่อจากอุปกรณ์ภายใน อาทิ ฮาร์ดิกส์ แรม เป็นต้น

ISDN
การสื่อสารแบบ ISDN (Integrated Services Digital Network) คือโครงข่ายการสื่อสารแบบใหม่ที่มีการรวบรวมการสื่อสารหลายอย่างไว้ด้วยกัน ซึ่งการสื่อสารแบบนี้สามารถส่งข้อมูลได้ทั้งเสียง ข้อมูล และภาพไปยังผู้รับปลายทางได้ในทันทีด้วยการส่งเพียงครั้งเดียว การส่งข้อมูลไปยังปลายทางของระบบการสื่อสาร ISDN นั้นจะส่งสัญญาณแบบดิจิตอลซึ่งจะไม่มีการบีบอัดข้อมูลก่อนส่ง ทำให้หมดปัญหาเรื่องสัญญาณรบกวนไปได้เลย ระบบ ISDN เป็นเหมือนระบบที่มาเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ของการสื่อสารในระบบดิจิตอลเลยทีเดียว

MCU
Microcontroller Unit หรือ MCU จะมีหน้าที่คอยควบคุมการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตามที่ได้ผู้สร้างหรือผู้พัฒนาได้โปรแกรมไว้ ซึ่งเราสามารถเขียนคำสั่งใส่เข้าไปใน MCU ได้ ด้วยขนาดของ MCU ที่มีขนาดเล็กมากสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายจึงทำให้ MCU เป็นที่นิยมมาก แน่นอนว่าหลักการทำงานของ MCU จะทำงานเหมือนกับคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่จะคอยประมวลผลคำสั่งที่เข้ามาก่อนจะ นำคำสั่งที่ประมวลผลแล้วส่งไปยังอุปกรณ์เป้าหมายให้อุปกรณ์นั้นๆทำตามคำสั่งที่ได้รับ

MAC Address
MAC Address คือ ชุดเลขฐาน 16 จำนวน 12 ตัว ซึ่งเป็นตัวเลขที่จะไม่มีเปลี่ยนแปลงจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็เหมือนกับเลขบัตรประชาชน คนไทยหนึ่งคนจะมีเลขบัตรประชาชนที่เป็นของตัวเองตั้งแต่เกิดมา เหมือนกัน MAC Address ก็จะมีอยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ ซึ่งจะไม่ซ้ำกันโดยเลข MAC Address นั้นทางโรงงานผู้ผลิตอุปกรณ์นั้น ๆจะเป็นคนตั้งค่ามาอยู่แล้วและ MAC Address ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้นั่นเอง

Mail Bomb
Mail Bomb คือการส่งอีเมล์จำนวนมากๆมาให้กับผู้ใช้งานคนๆเดียว โดยอัตราการส่งอีเมล์หลาย ๆฉบับจะส่งผลให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์เกิดขัดข้องได้ อาทิ มีบุคคลหนึ่งบุคคลใดใช้วิธีการส่ง Mail Bomb มาส่งอีเมล์ของคนๆหนึ่ง เมื่ออีเมล์เข้าระบบ Email Hosting คุณมากๆจะทำให้ กล่องจดหมายเต็มไปด้วยอีเมล์ขยะจนทำให้ Email Hosting เกิดประมวลผลผิดพลาดจนถึงเครื่องแฮงค์ได้เลย

MAPI
MAPI ย่อมาจาก Messaging Application Programming Interface หรือถ้าเป็นการส่งผ่านมือถือจะเรียกว่า Active Sync MAPI จะเป็นโปรโตลคอลสุดท้ายที่ได้รับการพัฒนามาให้ใช้งานได้สะดวกสบายขึ้น โดยโปรโตลคอล MAPI นั้นเป็นโปรโตคอลพิเศษที่ใช้งานร่วมกับระบบ Microsoft Exchange mail ซึ่งมีลักษณะการทำงานที่คล้ายคลึงการทำงานของโปรโตคอล IMAP4 (Internet Message Access Protocol) ที่จะทำงาน เชื่อมต่อกับเครื่องอีเมล์เซิร์ฟเวอร์กับเครื่องที่ขอทำการเชื่อมต่อโดยครงและจะทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลอีเมล์กัน ซึ่งอีเมล์ที่มีอยู่ในเครื่องอีเมล์เซิร์ฟเวอร์จะมีเหมือนกับเครื่องที่ขอทำการเชื่อมต่อ

MID
MIDI ย่อมาจาก Musical instruments digital interface คือไฟล์เสียงที่มนุษย์ไม่สามารถได้ยินด้วยหู ต้องมีการแปลงสัญญาณจากอุปกรณ์แปลงและส่งผ่านลำโพงให้หูได้ยิน MIDI เป็นไฟล์เสียงดิจิตอลที่ใช้นามสกุลไฟล์ว่า .mid ซึ่งภายในไฟล์ MIDI นี้จะไม่ใช่การเก็บเสียงดนตรีเหมือนกับไฟล์เพลงชนิดอื่น ๆเพียงแต่ไฟล์ MIDI เป็นไฟล์ที่เก็บคำสั่งที่จะไปสั่งให้เครื่องดนตรีทำงานตามคำสั่งที่มีการบันทึกไว้ อาทิภายในคำสั่งมีการสั่งให้ใช้ตัวโน๊ตนี้ ความดังของเสียงขนาดนี้ เครื่องดนตรีที่รับคำสั่งก็จะทำตามคำสั่งที่ส่งมาจากไฟล์ MIDI

MMX
ถ้ากล่าวถึงความเป็นมาของเทคโนโลยี MMX จะต้องเริ่มจากการพัฒนาให้ซีพียูมีการตอบสนองและประมวลผลกราฟฟิกที่เร็วขึ้น โดยเทคโนโลยี MMX เป็นการเพิ่มชุดคำสั่งให้มากขึ้นถึง 57 คำสั่ง โดยมุ่งเน้นในการทำงานด้านกราฟฟิก ภาพเคลื่อนไหว เสียง และสันทนาการต่างๆ อาทิ ระบบการวิเคราะห์และจดจำเสียงพูด (Voice Recognition) และการสื่อสารผ่านโมเด็ม โดยระบบ MMX จะคำนวณและประมวลผลแบบ Single Instruction Multiple Data เพื่อทำให้คำสั่ง 1 คำสั่งทำงานกับข้อมูลได้หลายข้อมูล ซึ่งอาจจะเรียกอีกอย่างว่า เป็นการประมวลผลแบบขนาน หรือ Parallel Processing

MNP
การคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ MNP นั้นจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือการโอนถ่ายข้อมูลและเลขหมายโทรศัพท์จากผู้ให้บริการเดิมไปยังผู้ให้บริการรายใหม่ โดยประเทศแรกที่มีการนำ MNP มาใช้เป็นประเทศแรกก็คือ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเริ่มบังคับใช้งานตั้งแต่ปี 1997 โดยหลังจากนั้นก็มีการนำ MNP ไปใช้ในหลาย ๆประเทศทั่วโลก อาทิ ประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และ ที่ประเทศอินเดีย ในประเทศไทยเองก็มีกฏหมายว่าด้วยประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เล่ม 126 ตอนพิเศษ 109  วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ให้มีการคุ้มครองสิทธิในการคงเลขหมายโทรศัพท์เดิมของผู้ใช้งานเอาไว้ เพื่อเป็นเครื่องมือในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค โดยในประเทศไทยมีการบังคับใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2553